ลั้ลลาเกาหลีในฤดูใบไม้ผลิ

ในตอนฤดูใบไม้ผลิของประเทศเกาหลีนั้นอยู่ในระหว่างเดือนมีนาคม จนกระทั่ง เดือนพฤษภาคม ซึ่งมีอุณหภูมิอยู่ที่ 6 องศา – 16 องศา ในฤดูนี้จะเป็นระยะที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง ต้นไม้ผลิใบเต็มต้น แดดเปล่งแสงสดใสตลอดทั้งวัน กลางวันจะยาวกว่ายามค่ำคืน ซึ่งชาวเกาหลีนั้นจะถือว่าฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้น พื้นที่ต่างๆจะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายนานาพันธุ์

ความเด่นของฤดูใบไม้ผลินี้คือเทศกาลชมดอกซากุระเกาหลีที่ชาวเกาหลีและคนจากประเทศอื่นๆ เฝ้ารอกันอยากจะไปสัมผัสปรากฏการณ์สีชมพูดของดอกซากุระด้วยกันทั้งนั้น โดยงานเทศกาลนี้จะเริ่มในสัปดาห์ที่ 2  ของเดือนเมษายน แต่ก็มีคลาดนิดหน่อย ก็ขึ้นอยู่กับอากาศโดยทั่วไปด้วย ซึ่งเราเองจะต้องเป็นคนคอยเช็คด้วยว่าเทศกาลนั้นจะมีมาเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่ทางใต้ของประเทศเกาหลีจะบานก่อน แต่ดอกซากุระนั้นอยู่ได้ไม่นาน ไม่เกิน 2 อาทิตย์ก็หลุดหมดจากต้นแล้ว แต่เราก็ยังมีทุ่งดอกทิวลิปให้เราได้เห็นในฤดูกาลนี้อีกด้วย ซึ่งจะมีให้ดูได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม จวบจนกระทั่ง ต้นเดือนพฤษภาคม

korea-029

                    ส่วนการแต่งเนื้อแต่งตัวเดินเที่ยวในช่วงนี้นั้น เลือกเสื้อผ้าที่สวมแบบสบายๆ อาจจะเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ หลังจากนั้นมีแจ็คเก็ตหรือเสื้อแขนยาวบางๆ ทับก็พอแล้ว เพราะว่าภูมิอากาศกำลังสบายๆ ควรต่อการเดินไปชมวิวธรรมชาติ แต่น่าจะพกเสื้อกันหนาวติดตัวไว้ด้วยก็ดีเหมือนกันหากว่าใครคิดจะเที่ยวเช้าจรดเย็น เพราะว่าช่วงเย็นจะอุณหภูมิลงเร็วมาก

และในฤดูใบไม้ผลินี้ มีงานเทศกาลอื่นๆที่มีเสน่ห์อีกมาก เช่นว่า เทศกาลโคมไฟดอกบัว,เทศกาลทะเลแหวกที่ชินโด,หรือถ้าใครชอบลุยๆรักธรรมชาติชี้ช่องทางให้ขึ้นภูขาก็จะติดอกติดใจไปอีกแบบ

พาเที่ยวพม่าแวะไหว้พระวัดทิโลมินโล

myanmar-0019

วันนี้ชาวทัวร์พม่ากลับมาพบกับคุณๆอีกครั้ง แน่นอนว่าจะจะพาคุณไปชมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของประเทศชาติพม่า ซึ่งถือว่าคือสถานที่ที่น่าไม่น่าเชื่อ ซึ่งแม้แต่ทัวร์พม่าเองไปชมก็อดทึ่งไม่ได้ หลายๆท่านก็จะเคยไปเที่ยวประเทศพม่าแต่จะยังไม่เคยได้ไปเที่ยวที่วัดทิโลมินโลล่ะก็  วันนี้ทัวร์พม่าจะจะพาท่านไปชมเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกัน

วัดทิโลมินโล (Htilominlo Pagoda ) ที่สันนิษฐานว่า น่าจะอาจเพี้ยนมาจากคำว่า ไตรโลกมงคล ทำโดยพระเจ้าติโลมิโล เมื่อปี พ.ศ 1761 ซึ่งได้รับการเคารพว่ามีความ สวยงามงามหลายๆทั้งภายในพร้อมด้วยภายนอก โดยเฉพาะปูนปั้นบริเวณฐานด้านนอก วิหารนันปยะ ( Nanpaya ) ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่ประทับของพระเจ้ามนูหะ ซึ่งพระเจ้า อโนรถา ทรงจับเป็นเชลยมาจากเมือง สะเทิน ทำด้วยอิฐและสอดินแต่พื้นปูอีกด้วยหิน มี แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีมุขยื่นยาวออกไปทางทิศตะวันออก ใกล้กับแท่นบูชา ภายในอาคารมีเสาหิน 4 เสา พร้อมกับบนแต่ละด้านของเสาก็สลักลายดอกไม้รูปสามเหลี่ยมพร้อมกับ เทวรูปพระพรหมทรงถือดอกบัวอยู่ในแต่ละหัตถ์ งานตกแต่งภายนอกอาคารที่น่าสนใจยิ่ง คือ บานหน้าต่างคือช่องปรุทำจากศิลา อันเป็นแบบอย่างพร้อมกับกรรมวิธีของงานงางพุกามใน ส่วนที่เชื่อว่ารับธรรมเนียมมอญ ทั้งนี้รวมถึงลวดลายที่ตกแต่งกรอบของหน้าต่างพร้อมทั้งส่วน อื่นของผนังด้วยพระเจดีย์ธรรมยาจี ทำขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้านรถุ (พ.ศ. 1710 – 1713) เจดีย์อานันทะ (ชื่อดังเดิมเป็น อนันตปัญญา) เป็นวิหารทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสมีมุขเด็จ ออกไปเท่ากันทั้ง 4 ด้านแต่ละด้านมีซุ้มคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปทรงสูง 10 เมตร ใหญ่โตสูงสง่าพร้อมทั้งคือศิลปะพระพุทธรูปต้นแบบสมัยพุกามดั้งเดิม เจดีย์สัพพัญญู (THATBYINYU) คือวิหารสูงที่สุดในพุกามทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส มีความสูง 201 ฟุต เป็นวัดประจำรัชกาลพระเจ้าอลองสินธสร้างเลียนแบบวัดในประเทศอินเดีย สูงห้า ชั้นโดยชั้นที่สี่เป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับต้นแบบพร้อมทั้งชั้นที่ห้าคือองค์พระสถูปอัน ศักดิ์สิทธิ์ พระเจดีย์กูบยางคยี (GUPYAUKKYI PAGODA) ที่สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิธะในราวปี พ.ศ. 1656 พระเจดีย์แห่งนี้สร้างแบบศิลปะของพยูใช่หรือไม่พุกามตอนต้น ภายใน พระเจดีย์คุณจะน่าจะได้ชมจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดของเมืองพุกามที่ยังยัง หลงเหลืออยู่ พระเจดีย์มิงกาลา

ชมทัศนียภาพของอาณาจักรพุกามจากมุมสูง จากสถานที่ แห่งนี้ ท่านจะคงจะได้เจอกับพระเจดีย์น้อยใหญ่จำนวนมากๆที่คือที่มาของนาม ดินแดนแห่งพระเจดีย์สี่พันองค์พระสัปดาห์ตกริมฝังแม่น้ำอิรวดีที่พระเจดีย์บุพะยา (BUPAYA PAGODA) ซึ่งจะจะช่วยให้คุณปลาบปลื้มมิรับทราบลืม ช้อปปิ้งของซื้อของขายพื้นเมืองจำพวกเครื่องเขิน (LACQUERWARE ) ในบริเวณหมู่บ้าน พุกามใหม่ (New Bagan) ซึ่งดำเนินธุรกิจการค้าเชื่อมต่อนานกว่า 1,000 ปี

มิงกุน มิงกุนตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเอยาวดี ทางตอนบนสุดของทิวเขา ที่โอบล้อมเมืองสกายน์เอาไว้ ที่นี่มีระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก ที่คงคงสภาพดีเยี่ยม กับพระเจดีย์ขนาดมหึมา ที่คงทำไม่เสร็จอีกองค์หนึ่ง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของเขามัณฑะเลย์ ห่างเหินไปกว่า 10 กิโลเมตรมิงกุน ไม่ใช่ราชธานี ที่ประทับของกษัตริย์อย่างอินน์วะ กับอมรปุระ แต่ก็มีความพิเศษในตัวเอง พร้อมกับมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าชอบมาก หมู่บ้านที่พักอาศัยแห่งนี้ เข้ามาได้โดยทางน้ำเท่านั้น โดยจะคงจะมีเรือ อกจากมัณฑะเลย์ทุกวัน พร้อมกับใช้เวลาเดินทาง ราวหนึ่งชม.แค่นั้น หากคุณไม่ได้โดยสารเรือกลไฟเยาวดี จากมัณฑะเลย์มายังปะกั่น อย่างน้อย ก็น่าจะก็จะลองนั่งเรือ เพื่อการเดินทาง ในช่วงนี้ดู จะน่าจะได้ชมวิถีชีวิต ของชาวที่อยู่อาศัยบนลำน้ำสายนี้ จากมยิตจีนากับปะเต่งลงมายังย่างกุ้ง เมืองมิงกุน เจดีย์ยักษ์มิงกุนเจดีย์องค์นี้หากสร้างสำเร็จก็จะก็จะมีความสูงถึงราว 165 เมตร พร้อมทั้งจะน่าจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่ สุดในประเทศพม่า อย่างไรก็ดีเมื่อพระเจ้าปะดุงสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2362 เจดีย์องค์นี้ก็ถูกทอดทิ้งไม่มีการทำ คงเหลือไว้เป็นกองอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากนั้นชม ระฆังยักษ์มิงกุนซึ่งพระเจ้าปะดุงทรงทำไว้ เป็นระฆังสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศชาติพม่า น้ำหนักประมาณ 90 ตัน ระฆังนี้สูง 4 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ปากกว้างราว 5 เมตร นับว่าเป็นระฆังที่แขวนอยู่ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก พระเจดีย์สินพยุเม ซึ่งพระเจ้าพะคยีดอทรางทำใน พ.ศ. 2359 ก่อนที่จะคงจะเสด็จขึ้นไปเสวยราชย์ เจดีย์องค์นี้เปรียบเสมือนพระเจดีย์จุฬามณีซึ่งตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา

พระเจ้าพะคยีดอทรงสร้างอุทิศแด่พระชายาคือ เจ้าสตรีสินพยุเมที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว แม้จะอาจจะถูกทำลายโดยแผ่นดินไหว แต่ก็ได้รับการซ่อมแซมพร้อมด้วยสมัยปัจจุบันยังคงอยู่ในลักษณะดี มัณฑะเลย์ เคยคือราชธานีของเขตพม่าบน แต่กลับมีอายุเก่าแก่ ไม่ถึง 150 ปี ดี พร้อมด้วยเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมือง ของพม่าที่ยังยัง ใช้นามเดิมเรื่อยมาโดยไม่มีการเปลี่ยนคำเรียกจัดหาแต่อย่างใด นาม มัณฑะเลย์ ได้ยินดูเก่าแก่โบราณพอๆ กับ แม่น้ำเอยาวดี (อิระวดี) ที่ทอดสาย ไหลเอื่อยผ่านตัวเมืองแห่งนี้ เสน่ห์ของมัณฑะเลย์ อยู่ที่การคือราชธานีแห่งสุดท้ายของ พระราชวงศ์พม่า หมู่สถูปเจดีย์ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่ว ทุกหนทุกแห่ง พร้อมด้วยประชาชนที่มีชีวิตชีวา เปี่ยมไปเช่นกัน น้ำใจไมตรี มัณฑะเลย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้ง ห่างขึ้นมา 620 กิโลเมตร พร้อมด้วยอยู่สูง เหนืออันดับน้ำทะเล 80 เมตร ชาวพม่าถือว่า ตราสัญลักษณ์ทางประเพณีพร้อมทั้งพุทธศาสนา ทั้งในอดีตกาลพร้อมกับปัจจุบัน ของพม่า เป็นมัณฑะเลย์ใจกลางเมืองมี ท้องตลาดเซโจ คือศูนย์กลาง การค้าขาย ในเขตพม่าบนช่างฝีมือของที่นี่ ผลิตงานฝีมือตามวิธีโบราณ เช่นกันทอง เงิน หินอ่อน กับสิ่ว เส้นด้าย พร้อมด้วยหูกทอผ้า สองฝั่งน้ำเอยาวดี มีท่าเรือคั่นอยู่คือระยะ เรือขนข้าวขึ้นไปล่องผ่านไปมา ไม่ขาดสาย มัณฑะเลย์ เคยคือราชธานีของเขตพม่าบน แต่กลับมีอายุเก่าแก่ไม่ถึง 150 ปีดี พร้อมทั้งเป็นเพียงแค่หนึ่งในไม่กี่เมืองของพม่า ที่ยังคง ใช้นามเดิมเรื่อยมาโดยไม่มีการเปลี่ยนคำเรียกแต่อย่างใด ชื่อมัณฑะเลย์ ฟังดูเก่าแก่โบราณพอๆกับ แม่น้ำเอยาวดี(อิระวดี) ที่ทอดสายไหลเอื่อยผ่านตัวเมืองแห่งนี้ เสน่ห์ของมัณฑะเลย์ อยู่ที่การคือราชธานีแห่งสุดท้ายของพระราชวงศ์พม่า หมู่สถูป -เจดีย์ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง พร้อมด้วยประชากรที่มีชีวิตชีวาเปี่ยมไปอีกด้วยน้ำใจ ไมตรีมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้ง ห่างเหินขึ้นมา 620 กิโลเมตร พร้อมทั้งอยู่สูงเหนืออันดับน้ำทะเล 80 เมตร ชาวพม่าถือว่าเครื่องหมายการค้าทางธรรมเนียมพร้อมด้วยพุทธศาสนา ทั้งในสมัยก่อนพร้อมด้วยสมัยปัจจุบันของพม่าคือมัณฑะเลย์ ใจกลางเมืองมี ท้องตลาดเซโจ คือศูนย์กลางการค้าขายในเขตพม่าบน ช่างฝีมือของที่นี่ ผลิตงานฝีมือตามกรรมวิธีโบราณ อีกด้วยทอง เงิน หินอ่อน กับสิ่ว เส้นด้าย พร้อมด้วยหูกทอผ้า สองฝั่งน้ำเอยาวดี มีท่าเรือคั่นอยู่เป็นระยะ เรือขนข้าวขึ้นไปล่องผ่านไปมา ไม่ขาดสาย สถานที่ท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์เจดีย์เจาตอจี (Kyauktawgyi Pagoda ) หรือเรียกว่า วัดหินใหญ่ ภายในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่แกะสลักจากหินอ่อนก้อนเดียว เนินเขามัณฑะเลย (Mandalay Hill ) มีความสูง236 เมตร ซึ่งทางขึ้นไปเป็นบันไดที่มีหลังคาทอดตัวขึ้นไปสู่ยอดเขาทั้งหมด 1,729 ขั้น พร้อมทั้งศาลเล็ก ๆ ตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ มีอยู่หลายหลังที่คือผลงานของฤาษีอู่ขั้นตี่ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งบนยอดเขามีวิหารหลังใหญ่แห่งแรกที่บรรจุพระบรมธาตุสามองค์ ของพระพุทธเจ้าไว้ ท่านจะคงจะสามารถเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ยามสัปดาห์อัสดงได้อย่างกระจ่าง สะพาน อูเป็ง ( U Bien Bridge ) เป็นสะพานที่สร้างขึ้นจากไม้สักที่นำมาจาก พระราชวังในเมืองอังวะ ที่ทำขึ้นไปเมื่อ 200 กว่าปี ที่แล้วมีความยาว 1.2 ก.ม

การเลือกเบอร์มือถือด้วยตัวเอง

number-012

ผมเชื่อเหลือเกินครับผมว่าถ้าคุณทั้งหมดได้อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับการเลือกเบอร์สวย เบอร์มงคล มาจนถึงบทความในตอนนี้ปรากฏว่าคุณเองก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความชอบใช่หรือไม่กำลังสนใจในศาสตร์ของตัวเลขและคงจะจะอาจกำลังคิดที่จะน่าจะเปลี่ยนเบอร์มือถือที่ตนเองใช้อยู่ให้เป็นเบอร์สวย เบอร์มงคล กันอย่างแน่นอนดังนั้นในบทความนับจากตอนนี้ไปผมจะคงจะนำเคล็ดลับพร้อมด้วยแผนการต่างๆนาๆ ในการวิเคราะห์เบอร์สวยให้ถูกโฉลกมาฝากทุกท่านเพื่อให้เอาไว้เป็นข้อมูลในการเลือกจัดหาเบอร์งดงามเช่นกันตัวเองครับ

               ก่อนที่กระผมจะอาจเจาะลึกขั้นแอดวานซ์ถึงขนาดลองออกแบบเบอร์โทรศัพท์ด้วยตัวเองได้ก่อนอื่นผมควรจะคงจะทราบเรื่องพื้นฐานของศาสตร์แห่งตัวเลขเบื้องต้นกันก่อนโดยตามความเชื่อของคนไทยนั้นเลขที่คือมงคลจะอาจจะอาทิ เลข 1 ซึ่งหมายถึงความคือที่ 1 ตลอด เลข 3 อันหมายถึงพระรัตนตรัย เลข 5 อันหมายถึงศีล 5 พร้อมทั้งเลข 9 อันหมายถึงความความเจริญ ส่วนเลขที่ไม่ความชื่นชอบนั้นก็ได้แก่เลข 4 เพราะออกเสียงคล้ายคำว่าซี้ในภาษาจีนที่แปลว่า สิ้นชีวิตและเลข 6 ซึ่งหมายความว่าหกล้ม หกคะเมนหรือพลิกผันซึ่งข้าพเจ้าสามารถใช้ขบวนการนี้ประเมินเลขต่างๆ มาอยู่ในเบอร์โทรศัพท์ของผมได้

               แต่อย่างไรก็ดีในศาสตร์ตัวเลขของการพิจารณาเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้เชี่ยวชาญนั้นเขาจะน่าจะไม่ใช้หลักการที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นเนื่องจากเพราะมันเป็นวิธีการที่ใช้กับเลขทั่วๆ ไปไม่เจาะจงแต่ถ้าความปรารถนาใช้กับเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นของคู่ตัวหรือของเฉพาะตัวแล้วจะอาจจะมักใช้แนวทางแบบอื่นประกอบด้วยเป็นต้นว่าการหลีกเลี่ยงตัวเลขที่คือกาลกิณีเพื่อจะคนที่เกิดในวันอื่นๆ ซึ่งเราจะอาจไปเจาะลึกกันในบทความตอนต่อไปขอรับกระผม

ตลาดปราบเซียน

bali-013สำหรับบทความทัวร์บาหลีในตอนนี้ขอพาบรรดาลูกทัวร์บาหลีของผมทุกท่านไปเปลี่ยนบรรยากาศจากการทัวร์วัด ทัวร์วัง ทัวร์ธรรมชาติ มาเป็นการไปเดินเยี่ยมชมตลาดและเลือกซื้อสินค้าในบาหลีกันบ้างครับ

               เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ของบรรดากรุ๊ปทัวร์บาหลีทั้งในและนอกประเทศว่าบาหลีในปัจจุบันนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกดังนั้นในแต่ละวันจึงมีคนเดินทางมาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสายมากมายซึ่งนั่นก็หมายความถึงการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของบาหลีที่มีมากขึ้นอีกด้วย

               ในปัจจุบันบาหลีมีร้านรวงที่ขายสินค้าประเภทต่างๆเกิดขึ้นมากมายจากเดิมที่มีแค่เพียงร้านขายของประจำท้องถิ่นหรือของที่ระลึกเท่านั้นแต่ในปัจจุบันมีทั้งสินค้าแบรนด์เนม ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าชื่อดังต่างๆ เข้ามาลงทุนเพื่อหวังทำกำไรจากนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่น่าเป็นห่วงกันว่าในอนาคตภาพของตลาดพื้นบ้านหรือร้านค้าพื้นเมืองที่เคยมีนั้นอาจจะสูญหายไปเหลือเพียงแต่ห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เข้ามาแทนที่

               แต่สำหรับคนที่กำลังจะไปเยือนบาหลีในระยะเวลาอันใกล้นี้ผมขอแนะนำให้ทุกท่านแวะไปเดินชมตลาดปราบเซียนที่ขึ้นชื่อของบาหลีด้วยเพราะตลาดแห่งนี้ยังคงกลิ่นอายของตลาดแบบดั้งเดิมไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อของต่างๆ ที่วางขายอยู่บนพื้นฟุตบาทหรือร้านค้าที่อยู่บริเวณตลาดได้โดยสะดวกแต่ไฮไลท์ที่เด็ดที่สุดของตลาดแห่งนี้ก็คือเรื่องการต่อราคาที่บอกได้เพียงว่าหากใครต่อเก่ง ต่อเป็นก็จะได้ของดีในราคาที่ถูกมากๆ ครับ

เที่ยวนครอิสตันบูล เมืองหลวงตุรกี

turkey-013

โปรแกรมทัวร์ตุรกีของกระผมจะน่าจะพาท่านไปเที่ยวต่อที่เมืองอิสตันบูล อยากทราบจริงๆว่าเมืองแห่งนี้มีมนต์เสน่ห์อะไร ใครๆถึงได้มาเที่ยวกันบ่อยๆ งั้นก็ย่อมไปพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองแล้ว

เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นไปหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนพักอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโปลิสคือบ่อน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ตั้งอยู่ในโรงแรมปามุกคาเล สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ปามุกคาเล โรงอาบน้ำโรมันซากโบสถ์สมัย ไบแซนไทน์ และ ฐานวิหารอะพอลโล โรงมหรสพโรมัน เป็นต้น

อัฟโฟรดีซิอัส (Aphrodisias) หรือเปล่า เกย์เร (Geyre)  ย้อนไปตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในตอนต้นของยุคโลหะ แต่เมืองเริ่มทำเมื่อช่วง 100 ปีก่อนคริสตกาล เพื่อให้อุทิศให้วีนัส พร้อมกับชื่อของเมืองได้มาจากอโพรได (Aphrodite) หรือไม่ วีนัส (venus) เทพีแห่งความงามและความบริบูรณ์

 บอตตีเชลล ีพิมพ์ภาพวีนัสหรืออะโพรไดต์จากมหากาพย์ที่เล่าขานกันว่า เธอถือกำเนิดมาจากฟองคลื่นของท้องทะเล (Aphros มาจากภาษากรีก หมายถึง ฟองคลื่น) ภาพผู้หญิงสาวเปลือยเปล่ายืนบนเปลือกหอย เรือนเราสีทองปลิวสยายไปกับสายลม โดยมีเซไฟร์ (Zephyr) เทพแห่งสายลมพัดพาเธอไปยังเกาะไซปรัสก่อนพาขึ้นเขาโอลิมปัส (Olympus)   ประเด็นการพิจารณาอะโฟรไดต์เป็นเทพีประจำเมืองนั้น นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า มาจากธรรมเนียมบูชาเทพเจ้าเพื่อจะร้องขอความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติ โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรมสำหรับพืชผลงอกงาม พร้อมกับด้านกสิกรรมเพื่อให้สัตว์เลี้ยงตกลูกได้เยอะแยะ  เมื่ออัฟโฟรดีซิอัสตกคือของไบแชนไทน์ วิหารวีนัสได้ถูกปรับเปลี่ยนคือโบสถ์คริสต์ ต้นศตวรรษที่ 19 นักโบราณคดีชาวอิตาลีและฝรั่งเศสเข้ามาสร้างการสำรวจ และมีการสำรวจอีกครั้งภายหลังเกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1956 โดยสหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยตุรกีเอง ช่วยให้ค้นเจอโบราณสถานหลายๆดังที่เห็นในเดี๋ยวนี้

 โบราณสถานทำอย่างมีศิลปะ ที่ไม่น่าพลาดชมเป็น โรงละครโบราณสมัยเฮเลนนิสติก วิหารของเทพีวีนัส ผู้เป็นเทพธิดาประจำเมือง สนามแข่งม้าอายุราว 2,000 ปี ที่จุผู้ชมได้เยอะถึง 30,000 คน และโรงอาบน้ำฮาเดรียน (Baths of Hadrian) ในยุคโรมันเมืองนี้คือที่ตั้งของโรงเรียนฝึกสอบการแกะสลัก