ภาษาบ้านพี่เมืองน้อง

lao-007

เพื่อคนที่เคยไปเที่ยวลาวมาแล้วยังไม่มีใครปฏิเสธว่าภาษาลาวนั้นมีความคล้ายคลึงกับภาษาอีสานของบ้านเรือนเรามากๆถึงหลากหลายที่สุดเรียกได้ว่าแม้จะน่าจะพูดไม่คือแต่ก็สามารถฟังออกว่าเขาหมายถึงอะไรซึ่งคงจะจะอาจจะเป็นเนื่องจากประเพณีการถ่ายเททางด้านภาษานั่นเองฮะ

               ความเบิกบานของการไปทัวร์ลาวนี่ภาษาก็คือส่วนประกอบอย่างหนึ่งนะขอรับกระผมที่ช่วยทำให้การไปทัวร์ลาวขอเรามีรสชาติมากมายยิ่งขึ้นไปเพราะว่าคำบางคำนั้นเป็นคำที่ทางลาวเข้าใช้จริงแต่ก็กลับกลายคือตลกขบขันในที่อยู่ผมไปเสียนี่ อย่างเป็นต้นว่าร้านปะยางที่ลาวเขาจะน่าจะเรียกว่าฮ้านจอดยาง ใช่หรือไม่อย่างคำว่าใบประกาศเกียรติคุณภาษาลาวกลับเรียกใบนี้ว่าใบยั่งยืน เหล่านี้เป็นต้นแต่ถึงแม้ว่าจะอาจจะฟังประหลาดๆ หูไปบ้างแต่เมื่อรู้ความหมายแล้วก็สามารถโยงเข้าใจกันได้ไม่ยาก

               เพื่อให้ภาษาการจราจรในประเทศลาวก็มีความหมายให้อมยิ้มได้ไม่แพ้กันเพราะว่าทางลาวนั้นเขาเรียกไฟแดงว่า ไฟพลังส่วนไฟเขียวนั้นเขาเรียกว่า ไฟเสรีซึ่งแม้จะก็จะออกตลกๆ สักหน่อยถ้าแต่เมื่อกระผมมองย้อนกลับมามองก็พบว่าความหมายของไฟเหล่านั้นคืออาทิเช่นนั้นจริงๆ เพราะว่าไฟแดงนั้นมีพลังหยุดรถได้ ส่วนไฟเขียวก็เปิดให้รถวิ่งได้อย่างอิสระ เสรี

               ส่วนคำที่ได้ยินดูเหมือนจะอาจหยาบคายในที่อยู่ผมแต่ไปอยู่ในที่อยู่เขาก็มีอยู่หลายคำไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคงเป็นคำว่า ปี้ที่ในประเทศลาวหมายความถึง ตั๋วหรือเปล่า บัตรผ่านประตูนั่นเองขอรับ โดยคำว่า ปี้ยนนั้นจะอาจหมายถึงตั๋วเครื่องบินส่วนคำว่า บ่อนขายปี้จะน่าจะหมายความถึง ที่ค้าขายตั๋ว

เตรียมพบกับ BENTLEY เร็วๆนี้

car-0003ราคารถใหม่ ตามมาอัพเดทข่าวคราวพร้อมรายงานราคารถใหม่ปีประจำปี 2014 วันนี้เราจะพาคุณๆมาพบกับรถยนต์อีกหนึ่งยี่ห้อที่เชื่อได้ว่าหลายๆคนคงเริ่มคุ้นตา คุ้นหน้าและอาจถึงขั้นหลงรักไปแล้วกับ BENTLEY เพราะเมื่อปีที่แล้ว AAS Auto Service สั่งนำเข้า Bentley Continental GT ตัวถัง Sedan 4 ประตู ในชื่อ Flying Spur ซึ่งเป็นชื่อที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว มาเปิดตัวในงาน Motor Expo ทันช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนพอดี รายละเอียดงานวิศวกรรม ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรุ่น Continental GT กับ GTC มากนัก  วางขุมพลัง W12 สูบ 6.0 ลิตร Turbocharger แรงสะใจถึง 616 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด มหากาฬ 800 นิวตันเมตร ทำให้ยักษ์คันใหญ่ ที่ยาว 5.2 เมตร และหนักถึง 2.47 ตัน ทำอัตราเร่ง 0 – 100 ไมล์/ชั่วโมงได้เพียง 9.5 วินาที พร้อมความหรูหราสมชื่อชั้น ด้วยหนังแท้ชั้นเยี่ยมและไม้จริงที่ ประดับตกแต่งภายในรถ ราคาไม่แพงเท่าไหร่ แค่ 20,900,000 บาท เท่านั้นเอง!

อย่างไรก็ตาม ขุมพลัง V8 4.0 ลิตร Twin Turbo บล็อกเดียวกันกับ Continental GTC จะถูกนำมาติดตั้งลงใน Flying Spur ด้วย คาดว่า AAS อาจจะนำเข้ามาขายในปี 2014  แต่เหนือสิ่งอื่นใด โครงการที่สำคัญกว่า และคาดว่าจะเป็นรุ่นสร้างยอดขายให้กับ Bentley ในอนาคต คือ Crossover SUV รุ่นใหม่ นั่นเอง ขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการส่งกลับเข้าโรงงาน Crewe ในอังกฤษ ไปออกแบบมาใหม่ ให้ถูกใจลูกค้ามากขึ้น หลังจากอวดโฉมในงาน Geneva Motor Show เดือนมีนาคม 2012 แล้วเจอเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย พวกเขาถึงขั้นเลื่อนทุกโครงการที่ทำกันอยู่ออกไปเกือบทั้งหมด ดึงแรงงานกับมันสมอง มาทุ่มเทเปลี่ยนแปลงรูปโฉม SUV คันนี้ขึ้นมาใหม่ และในปี 2015 เราจะได้เห็นเวอร์ชันพร้อมขายจริงที่ดูดีกว่าเวอร์ชันต้นแบบกันแน่ๆ แต่กว่าจะเริ่มขายจริง คงต้องมี 2016  และเมื่อถึงตอนนั้น AAS น่าจะนำเข้ามาให้มหาเศรษฐีชาวไทย เป็นเจ้าของกันได้  อย่างช้าที่สุดคือปี 2016 – 2017 หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้

Bentley วางเป้าหมายให้ SUV คันนี้ ทำทุกสิ่งที่ Range Rover สามารถทำได้ มันจะมีสมรรถนะที่สามารถไต่ทางลาดชันต่างๆ ได้ และเป็นไปได้สูงว่า นี่อาจเป็น Bentley รุ่นแรก ที่ติดตั้งขุมพลัง Hybrid ด้วย ดังนั้นใครที่หลงรัก Bentley และต้องการได้เป็นเจ้าของรถคันงามนี้ รีบเตรียมเงินไว้อย่างน้อยสัก 20,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้นะจ้ะ แล้วคอยติดตามว่าครั้งหน้าราคารถใหม่จะนำเสนอรถยี่ห้อไหน  ห้ามพลาด!

พาเดินชมไว่ทานและถนนหนานจิง

china-0003

ถ้าหากพูดถึง เซี่ยงไฮ้  ท่านก็อาจจะนึกถึงภาพของโจวหยุนฟะ ใส่สูทยาวสีดำ มีผ้าพันคอสีขาวคาดทับ  หรือติงลี่ เจ้าพ่อหนวดงาม อย่างในหนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่เคยเป็นหนังยอดฮิตในอดีต โดย หลังสงครามฝิ่นในปี ค.ศ 1848 สมัยราชวงศ์ชิง ชาวต่างชาติ ได้เข้ามาทำการค้าโดยเสรี โดยมีเขตแบ่งเช่าพื้นที่หลายแห่ง สำหรับชาวต่างชาติ ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมแบบยุโรป สมัยใหม่จึงทำให้เซี่ยงไฮ้ได้รับการขนานนามว่า “นครปารีสแห่งตะวันออก”  ภาพของเซี่ยงไฮ้ ที่เป็นอาการสิ่งปลูกสร้างที่ทำให้ได้รับการขนานนามว่า นครปารีสแห่งตะวันออก  ส่วนหนึ่ง ก็คือ ไว่ทานหรือเดอะบันด์นั่นเอง  มาวันนี้ทัวร์จีน จะให้ท่านสวมบทบาทเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้  เดินชมความงามของไว่ทานและถนนหนานจิงกัน  ถ้าพร้อมแล้วแอ๊คชั่น!!

               ไว่ทาน (Waitan) หรือที่ชาวต่างชาติจะเรียกว่า เดอะบันด์ (The Bund) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ เซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่อดีตกาล จนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่า คนที่ไปเซี่ยงไฮ้ ไม่ควรพลาดที่จะไปเดินที่ไว่ทานสักครั้ง เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ ด้วยสองตาตนเอง มากกว่าการมองผ่านภาพถ่ายหรือจอทีวี 

ไว่ทาน ตั้งอยู่บนถนนจงซาน เป็น ถนนที่มีทิวทัศน์งดงาม เนื่องจากเป็นถนนกว้างที่โค้งไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ โดยด้านหนึ่งเป็นตึกเก่าแก่ที่มีรูปทรง สถาปัตยกรรม เป็นแบบตะวันตก ทั้งนี้ก็เพราะครั้งหนึ่งแถบนี้เคยเป็น เขตเช่าของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติชุดแรกของเอเชียปัจจุบันอาคารเหล่านี้ ปรับสภาพเป็นอาคารสำนักงาน  สถาบันการเงิน และสถานกงสุล ต่างๆ  ซึ่ง ในบรรดา อาคารสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกอันสวยงามเหล่านี้ ก็มีอาคารของธนาคารกรุงเทพ สาขาเซี่ยงไฮ้ และสถานกงสุลไทยในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 7 ถ.จงซานนี่เอง สังเกตธงชาติไทย คู่กับธงชาติจีน และตราครุฑเป็นสัญลักษณ์ สำคัญ ส่วนอีกฝั่งของถนน ที่เป็นริมฝั่งแม่น้ำหวงผู่ บริเวณเดอะบันด์หรือไว่ทาน

นอกจากนี้ ที่ย่านไว่ทานยังมีบริการล่องเรือชมแม่น้ำหวงผู่ ให้บริการ อยู่หลายเจ้า สนนราคา ก็มีตั้งแต่ ร้อยหยวนไปจนถึงหลายร้อยหยวนขึ้นกับ ความหรูหราและบริการบนเรือ  ในวันที่แดดร่มลมตก ก็เป็น ที่ที่ผู้คนนิยมเดินเล่นทอดน่องในยามกลางวัน  ในขณะยามค่ำคืน บริเวณนี้ก็คลาคล่ำไปด้วย หนุ่มสาวชาวเซี่ยงไฮ้ ที่บ้างก็จูงมือกันเดินชมวิวทิวทัศน์ หรือนักท่องเที่ยวที่พากันเดินชม ถ่ายภาพ บรรยากาศยามค่ำคือของแม่น้ำหวงผู่ ที่บรรดา อาคารสิ่งปลูกสร้าง ประดับประดาไฟแสงสี สวยงาม รวมทั้ง หอไข่มุก และ อาคารจินเม่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย ว่ากันว่า รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ ต้องจ่ายค่าไฟถึงคืนละ 10000  หยวน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกค่ำคืนที่มาเยือนไว่ทานแห่งนี้

china-0004

ถนนหนานจิง (Nanjing)  เป็นถนนสายสำคัญอีกสายหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ แบ่งเป็น ถนนหนานจิงตะวันตก และถนนหนานจิงตะวันออก ตลอดทั้งเส้นยาว 5.5 กม.หรือถนนคนเดิน ถนนสายนี้ จะมีช่วงหนึ่งของถนนหนานจิงตงลู่ หรือนานจิงตะวันออก ที่ จะปิดถนนเป็นระยะทาง 1033 เมตร ให้คนเดินเท่านั้น ละแวกนี้นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ยังมีงานศิลปะชั้นดีให้คุณได้เลือกเสพอีกด้วย โดยทางตอนใต้ของถนนนานจิงเป็นที่ตั้งของหอศิลปะช่างไห่เหม่ยซู่ก่วน และจัตุรัสประชาชนหรือ พีเพิลสแควร์  ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางสังคมและสถานที่พักผ่อนนอกบ้านของชาวเซี่ยงไฮ้  ถนนสายนี้ถือได้ว่าเป็นถนนอเนกประสงค์ของชาวเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากในตอนเช้าๆ จะเป็นบริเวณที่ผู้คน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุออกกำลังกายทั้ง รำไทเก๊ก รำกระบี่ รำพัด  พอตกสายหน่อยก็จะกลายเป็นแหล่งช้อบปิ้ง เพราะเป็นที่ตั้งของ บรรดาห้างสรรพสินค้ามากมาย และต้องถือว่าเป็นย่านสวรรค์ของบรรดาสาวกแบรนด์เนมทั้งหลาย นอกจากนี้ ยังเป็นถนนที่ทางการให้การดูแลเรื่องการขายสินค้ากับนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษถึงขนาดมีระบบการให้ใบเหลืองใบแดงสำหรับร้านค้าที่มีพฤติกรรมฉ้อโกงนักท่องเที่ยว แต่สำหรับ ผู้ที่ต้องการซื้อของที่ระลึกแนะนำให้ไปย่านเหรินหมิน (Renmin) และถนนจงหัว (Zhonghua) ซึ่งเป็นเขต ที่เข้าสู่ย่าน เมืองเก่า ส่วนคนที่ชอบซื้อของแบบต่อรองกระจาย ต้องไปที่หลังห้างโซโก้ ใกล้วัด จิ้งอัน

นำเที่ยวเกาะSentosa

singapore-0003มีสถานที่อยู่สถานที่หนึ่งที่อยากแนะนำคนที่กำลังคิดจะไปทัวร์สิงคโปร์ให้ได้ไปเยือนสักครั้งหนึ่งเพราะเนื่องจากสานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของสีสันยามราตรีและแหล่งบันเทิงอย่างครบวงจรซึ่งว่ากันว่าหากนักท่องเที่ยวสิงคโปร์และต้องการที่จะเที่ยวสถานที่แห่งนี้อย่างจริงจังแล้วล่ะก็ต้องใช้เวลาในการเดินสำรวจรอบๆกันหลายวันเลยทีเดียวซึ่งสถานที่ๆ ผมว่านี้มีชื่อว่า “เกาะ Sentosaครับ

               เกาะ Sentosa นี้เดิมทีเป็นเพียงแค่เกาะหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะสิงคโปร์ แต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนปรับปรุงแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Sentosa ซึ่งมีความหมายว่าความสงบสุข ดังนั้นชื่อเกาะ Sentosa จึงหมายถึงเกาะแห่งความสงบสุขนั่นเองครับ

ในปัจจุบันเกาะ Sentosa สิ่งอำนวยความสะดวก สถานบันเทิง มีเครื่องเล่น สวนสนุกและพิพิธพัณฑ์ต่างๆมากมายให้นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์สิงคโปร์ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์กันรวมไปถึงสวนสนุกชื่อดังระดับโลกอย่าง Universal Studio Singapore ตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนใครก็ตามที่ชอบดูการแสดงประเภท light and sound หรือการโชว์แสงสีเสียงแบบตระการตาก็ต้องไม่พลาดการมาเยือนเกาะ Sentosa แห่งนี้ครับเพราะในยามค่ำคืนของทุกคืนเขาจะมีการแสดง Songs Of The Sea บริเวณริมชายหาดซึ่งเสียค่าเข้าชมเพียง 10 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้นครับ ซึ่งเจ้าการแสดง Songs Of The Sea นี้ในแต่ละวันเขาจะมีการแสดง 2 รอบคือช่วงเวลาประมาณ 19.40 . หนึ่งรอบและรอบสุดท้ายเวลาประมาณ 20.40 .โดยใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมงต่อรอบครับ

ท่องเที่ยวตามรอยตำนาน “แดร๊กคิวล่า”

europe-0003นับตั้งแต่นวนิยายคลาสสิกเรื่อง แดร๊กคิวล่าของบราม สโตกเกอร์ นักเขียนชื่อดังชาวไอริชอุบัติขึ้นมาในค.ศ. 1897 และมีการนำไปสร้างเป็นหนังผีสยองขวัญมากมายหลายเวอร์ชั่น ชาวโลกจึงรู้จักปราสาทบรานที่ถูกกล่าวถึงในนวนิยายเล่มนี้ในฐานะ “ปราสาทแดร๊กคิวล่า” และนำไปสู่ความเชื่อว่าเป็นปราสาทผีดิบจริงๆเลยกลายเป้นที่มาของทริปชวนเที่ยวสถานที่ที่เป็นตำนานอันเก่าแก่  วันนี้ทัวร์ยุโรปจะพาคุณลัดเลาะเที่ยวปราสาทบรานกัน

ตำนานแวมไพร์ถูกเชื่อกันว่ามีต้นตอมาจากการปรากฎตัวของศพที่กำลังย่อยสลายในช่วงที่มีโรคระบาดหรือภัยพิบัติที่กวาดล้างยุโรปในช่วงยุคกลาง ตำนานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อคนในคาบสมุทรบอลข่านและเป็นที่มาของนวนิยายเรื่อง แดร๊กคิวล่าที่นำเอาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จริงสมัยเจ้าชายวลาด เทเปส มาผูกเป็นเรื่องว่าพระองค์มาพักที่ปราสาทบรานและเป็นท่านเคาท์แดร๊กคิวล่าที่นอนในโลงศพตอนกลางวัน และลุกขึ้นมาตอนกลางคืนเพื่อดูดเลือดเหยื่อสาวสวย              

แม้ว่านิยายเรื่องนี้จะได้รับแรงบันดาลใจจากทรานซิลวาเนียและเจ้าชายวลาด แต่บรามคนเขียนก็ไม่เคยเดินทางไปที่นั่น และคนท้องถิ่นก็รู้สึกไม่ดีที่มีการนำเมืองของพวกเขาไปใช้เป็นตำนานแวมไพร์ อีกทั้งพวกเขายังเคารพนับถือเจ้าชายวลาดว่าเป็นฮีโร่ที่ทรงต่อต้านจักรวรรดิออตโตมานมากกว่าที่จะเป็นแวมไพร์กระหายเลือด

จะว่าไปแล้ว ชาวท้องถิ่นเองก็อาจจะต้องขอบคุณบรามด้วย เพราะไม่เช่นนั้นปราสาทบรานคงไม่กลายเป็นไฮไลท์แหล่งท่องเที่ยวของโรมาเนีย

ปราสาทบรานแห่งโรมาเนียสร้างขึ้นในปี คศ.1212 โดยอัศวินชาวเยอรมัน และเป็นปราสาทของเจ้าผู้ครองแคว้นทรานซิลวาเนีย ปราสาทสไตล์โกธิคที่มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปีนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงใกล้เมืองบราชอฟ เพื่อใช้เป็นป้อมปราการที่ป้องกันการรุกรานจากข้าศึกพวกเติร์กแห่งอาณาจักรออตโตมาน ขณะนั้นโรมาเนียแบ่งเป็นแคว้นทรานซิลวาเนียกับวัลลาเชีย ตอนนั้นมีเจ้าชายผู้กล้าคนหนึ่งคือ เจ้าชายวลาด เทเปส ที่ปฏิบัติการรบต่อต้านการโจมตีของพวกเติร์กอย่างแข็งขัน จนเป็นที่เลื่องลือในความเก่งกล้า บ้าบิ่นและเหี้ยมโหดต่อศัตรูผู้รุกราน แม้จะกลายเป็นเจ้าของตำนานความโหดเหี้ยม แต่พระองค์ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

แคว้นทรานซิลวาเนียซึ่งเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนียยังคงมีเมืองเก่าสมัยยุคกลางที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในยุโรปหลงเหลือให้เห็น โดยเฉพาะเมืองบราชอฟ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นที่ยังคงมีสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษโบราณและซากปรักหักพังของป้อมปราการหลงเหลืออยู่ เมืองสวยอย่างซีบิวที่มีถนนที่ปูด้วยหินกรวดและบ้านเรือนที่ทาสีพาสเทล และเมืองซีกิชัวร่าที่มีป้อมปราการเก่า ทางเดินลับและหอนาฬิกาสมัยศตวรรษที่ 14 รวมถึงร้านค้าเล็กๆ ที่ขายวัตถุโบราณและสินค้าที่ทำด้วยมือโดยช่างฝีมือท้องถิ่นและศิลปิน

ไม่ไกลจากเมืองบราชอฟและปราสาทบรานเป็นที่ตั้งของเมืองฮาร์มาน ซึ่งเป็นเมืองที่มีโบสถ์ที่สร้างเป็นป้อมปราการหลายแห่ง เช่น โบสถ์ฮาร์มานและโบสถ์แพรช์แมร์ ซึ่งเป็นโบสถ์ป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วยและแคว้นทรานซิลวาเนียมีความหลากหลาย มีการผสมผสานของวัฒนธรรม ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ มรดกของความหลากหลายทางเชื้อชาติของคนในทรานซิลวาเนีย ซึ่งรวมถึงเยอรมันและฮังการีสามารถเห็นได้ชัดจากเครื่องแต่งกายพื้นบ้าน สถาปัตยกรรม อาหาร ดนตรี และงานเทศกาลต่างๆ

ประเพณีเก่าแก่ที่มีสีสันและมีอายุราวหลายร้อยปียังคงมีให้นักท่องเที่ยวพบเห็นได้ที่หมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่งในแคว้นทรานซิลวาเนีย ผู้คนที่นี่ยังคงประกอบอาชีพเก่าแก่ เช่น เลี้ยงแกะ ทอผ้า ช่างเหล็กและช่างไม้

แคว้นทรานซิลวาเนียถูกล้อมรอบโดยเทือกเขาคาร์เพเทียนที่พาดผ่านยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกจึงมีภูเขามากมายให้นักปีนเขาและนักเดินป่าได้ผจญภัย รวมถึงมีอุทยานแห่งชาติมากมาย ภูมิทัศน์ของเทือกเขาอาปูเซนีทางตะวันตกของคาร์เพเทียนมีความงดงามและลึกลับ

คุณจะได้พบกับตำนานที่เก่าแก่และวิญญาณแห่งขุนเขา สัตว์ป่าพันธุ์หายาก พร้อมด้วยถ้ำราว 4,000 ถ้ำซึ่งส่วนมากเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจได้ หนึ่งในนี้คือถ้ำธารน้ำแข็งซการิชัวร่า ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในทวีปยุโรป